ท่านหญิงฮาญัรและนะบีอิสมาอีลถูกทิ้งกลางทะเลทราย

ท่านหญิงฮาญัรและนะบีอิสมาอีลถูกทิ้งกลางทะเลทราย ครั้งหนึ่งอัลเลาะฮ์ ตะอาลา ได้มีบัญชา ให้นะบีอิบรอฮีมนำพระนางฮาญัรและนะบีอิสมาอีล ไปยังมักกะห์ เมื่อเดินทางมาถึงวาดี ในขณะนั้นเป็นพื้นที่แห้งแล้ง ไม่มีต้นไม้ ไม่มีน้ำ ไม่มีคนอยู่อาศัย ไม่มีอะไรเลย ท่านปล่อยพระนางฮาญัรและอิสมาอีลไว้ที่นั้น แล้วท่านก็ไปโดยไม่หันกลับมามอง พระนางฮาญัรจึงถามว่า “ โอ้ อิบรอฮีม ท่านกำลังทิ้งเราหรือ ที่นี่ไม่มีน้ำ ไม่มีอาหาร ไม่มีคน” ท่านนบีอิบรอฮีมมิได้ตอบสิ่งใด นางก็ตามท่านไปและเซ้าซี้ท่านด้วยคำถามเดิม จนกระทั่งนางถามว่า “อัลเลาะฮ์ ทรงรับสั่งสิ่งนี้กับท่านหรือ?” ท่านกล่าวว่า “ใช่” นางกล่าวว่า “ท่านจงไปเถิด อัลเลาะฮ์ไม่มีวันทอดทิ้งเรา เหลือเพียงพระนางฮาญัรกับลูกน้อยของนาง อิสมาอีล อยู่กันตามลำพัง โดยปราศจากน้ำและอาหาร นางหิวมาก และเด็กน้อยอิสมาอีล อะลัยฮิสสลาม ก็เริ่มร้องไห้งอแง  นางจึงรีบรุดไปยังภูเขาที่อยู่ใกล้ที่สุดซึ่งมีชื่อว่า อัศ-ศ่อฟาและไปยังภูเขาอีกลูกซึ่งมีชื่อว่า อัล-มัรวะฮฺ นางมองหาแต่ก็ไม่พบสิ่งใด นางรู้สึกว่านางห่างจากอิสมาอีลไกลเกินไปแล้ว (มัรวะฮฺอยู่ไกลกว่าศ่อฟา) นางจึงมุงหน้าไปยังภูเขาอัศ-ศ่อฟาอีกครั้ง ด้วยรู้สึกว่ามันใกล้กับลูกของนางมากกว่า นางเดินกลับไปกลับมาอยู่ระหว่างอัศ-ศ่อฟา และอัล-มัรวะฮฺ ถึงเจ็ดรอบ (และการซะแอของบรรดามุสลิมีน ก็เพื่อรำลึกถึงเรื่องราวนี้) ในครั้งที่เจ็ดที่นางไปถึงภูเขามัรวะฮฺ นางได้ยินเสียงลูกร้อง […]

อัศฮาบุ้ลอุคดู้ด

อัศฮาบุ้ลอุคดู้ด ตอนที่ 1 (เด็กหนุ่มกับนักมายากลและนักบวช) นาน มาแล้ว…ในสมัยประชาชาติก่อนหน้าพวกเจ้า มีกษัตริย์องค์หนึ่ง พระองค์ทรงมีนักมายากลส่วนพระองค์คนหนึ่ง หลังจากที่เขาได้ชราภาพลง เขาจึงกล่าวแก่กษัตริย์พระองค์นั้นว่า “ข้าน้อยอายุมากแล้ว อายุขัยกำลังย่างกรายมาหาข้าน้อยแล้ว ดังนั้น ขอพระองค์ทรงส่งมอบเด็กหนุ่มให้แก่ข้าน้อยสักคนหนึ่ง เพื่อที่ข้าน้อยจะได้เสี้ยมสอนวิชามายากลให้แก่ (ก่อนที่ข้าน้อยจะลาจากโลกนี้ไป)” กษัตริย์จึงได้ (คัดเลือกและ) ส่งเด็กหนุ่มคนหนึ่งไป (ร่ำเรียนวิชามายากล) กับนักมายากลคนนั้น ดังนั้นนักมายากลผู้แก่ชราคนนั้นจึงได้เริ่มสั่งสอนวิชา (การต่างๆเกี่ยวกับ) มายากล (แก่เด็กหนุ่มคนนั้น) ในระหว่าง (เส้นทางจากตำหนักของ) กษัตริย์ (บ้านพักของเด็กหนุ่ม) กับ (บ้านพักของ) นักมายากลนั้นมีนักบวช อยู่คนหนึ่งอาศัยอยู่ ทุกครั้งที่เด็กหนุ่มคนนั้นเดินผ่านยัง (ที่พักของ) นักบวชคนนั้น เด็กหนุ่มก็จะแวะนั่งฟังคำเทศนาของนักบวชท่านนั้น และติดใจและเคลิ้มในเส้นทางและคำพูดของเขา (จนทำให้เด็กหนุ่มเดินทางไปหานักมายากลสาย) ดังนั้นพอเด็กหนุ่มเดินทางไปถึงยังบ้านพักของนักมายากล นักมายากลก็จะเฆี่ยนตีเขา และถามเขาว่า “สิ่งใดได้กักตัวเจ้าไว้ (ทำไมเจ้าถึงได้มาสาย)?” (พอเด็กหนุ่มเดินทางกลับบ้าน เด็กหนุ่มก็จะแวะนั่งฟังคำเทศนาของนักบวชจนเพลินอีก) พอเด็กหนุ่มกลับไปถึงบ้าน ครอบครัวที่บ้านก็จะเฆี่ยนตีเขาอีก และจะถามเขาว่า “สิ่งใดได้กักตัวเจ้าไว้ (ทำไมเจ้าถึงได้กลับมาถึงบ้านสาย)?” (วันต่อมา) เด็กหนุ่มคนนั้นจึงได้เล่าเรื่องราวที่เขาถูกทางบ้านและนักมายากลเฆี่ยนตี เพราะไปเรียนสายและกลับบ้านสายให้แก่นักบวชฟัง นักบวชจึงสอน […]

นะบีมุฮัมมัด ตอน การเผยแพร่ที่เมืองฎออีฟ

นะบีมุฮัมมัด ตอน การเผยแพร่ที่เมืองฎออีฟ  ในการทำหน้าที่เผยแผ่ศาสนาของท่านนะบีมุฮัมมัด ﷺ นั้นท่านได้ประสบความเดือดร้อนมากมาย ไม่ว่าการทำร้ายร่างกายหมายเอาชีวิต การใส่ร้ายด่าทอ แต่ท่านนะบีมุฮัมมัด ﷺ  ก็อดทนจากการทำร้ายในรูปแบบต่างๆ ที่ชาวกุเรชในเมือง มักกะฮ์ได้กระทำต่อท่าน เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนั้น ท่านนะบีมุฮัมมัด  ﷺ ก็ได้มองหาพื้นที่อื่นเพื่อขยายแนวร่วมในการดะวะฮ์                  และในปีที่ 10 เดือนเชาวาล ก่อนการอพยพ เมื่อท่านไปถึงเมืองฏออีฟ ท่านได้ทำการเรียกร้องกับคนทุกกลุ่ม แต่ผลลัพธ์ก็คือท่านได้ถูกรุมทำร้าย ถูกด่าทอดูถูกเหยียดหยาม และโดนรุมทำร้ายโดยถูกขว้างด้วยก้อนหิน และท่านเซด บิน  ฮาริซะฮ์ พยายามที่จะช่วยท่านนะบีมุฮัมมัด ﷺ แต่ท่านก็โดนหินขว้างศีรษะแตกจนเลือดไหลออกมา ท่านได้ฝ่าวงล้อมโดยพาร่างกายที่บอบช้ำออกมา และได้ไปพักที่สวนของ อุตบะฮ์และชัยบะฮ์ ซึ่งเป็นคนที่มีเกียรติในเมืองฏออีฟ เขาทั้งสองได้ส่งเด็กรับใช้ให้นำองุ่นมาให้ท่านนะบีมุฮัมมัด  ﷺ ซึ่งหนึ่งในเด็กรับใช้ทั้งสองนั้นเป็นชาวนะศอรอ(คริสต์) มีชื่อว่า อัดดาส      เมื่อท่านนะบีมุฮัมมัด ﷺ  ได้ยื่นมือไปหยิบผลองุ่นขึ้นมารับประทาน ก่อนรับประทานท่านได้กล่าวว่า บิสมิลลาฮ์       เมื่อเด็กคนนั้นได้ยิน เด็กคนนั้นได้กล่าวว่า คำพูดนี้ ในเมืองนี้ไม่มีใครกล่าวเลย       ท่านได้นะบีมุฮัมมัด ﷺ  ได้ถามเด็กคนนั้นว่า เจ้ามาจากเมืองอะไร และศาสนาของเจ้าคือศาสนาอะไร?       อัดดาส ตอบฉันว่าเป็นนะศอรอฉันมาจากเมือง นัยนาวา       ท่านนะบีได้กล่าวเมืองนี้ คือเมืองของคนดีที่ชื่อว่า ยูนุส บิน มัตตา?       อัดดาสได้ถามว่า ท่านทราบอะไรบ้างเกี่ยวกับ ยูนุส บิน มัตตา ?       ท่านนะบีตอบว่า เขาเป็นพี่น้องของฉัน และเขาเป็นนะบี และฉันก็เป็นนะบีด้วย ?       เมื่ออัดดาสได้ยินเช่น เขาได้จับศีรษะของท่านนะบี จับมือและเท้าทั้งสองแล้วจูบ หลังจากนั้นเขาก็รับอิสลาม               […]

นบีมูซาตอน ข้ามทะเลแดงและรับวะฮี

ท่านนะบีมูซาขึ้นไปรับคัมภีร์เตารอด หลังจากข้ามผ่านทะเลแดงมาแล้ว นะบีมูซาและกลุ่มชนของท่านเดินทางต่อไปปาเลสไตน์ แต่ในระหว่างนั้นเอง อัลเลาะฮ์ทรงมีรับสั่งแก่นะบีมูซา ให้ท่านพร้อมกับกลุ่มชนของท่านไปยังภูเขาฏูร ทรงมีประสงค์ที่จะประทานคัมภีร์เตารอตฺให้แก่ท่านที่นั่น เพื่อเป็นบทบัญญัติให้ท่านและกลุ่มชนของท่านยึดถือปฏิบัติ ท่านนะบีต้องไปอยู่ที่ภูเขาฏูรเป็นเวลาสามสิบคืน เพื่อรับคัมภีร์เตารอตฺ   ก่อนจะมาท่านได้บอกกลุ่มชนของท่านว่าท่านจะอยู่ที่ภูเขาฏูรสามสิบคืน ซึ่งในระหว่างนั้นท่านถือศีลอด ด้วยหวังความพอพระทัยจากอัลเลาะฮ์ตะอาลา แต่การถือศีลอดนั้นทำให้ท่านมีกลิ่นปาก ท่านจึงตัดสินใจละศีลอด เพื่อให้กลิ่นปากหมดไป อัลเลาะฮ์ทรงตำหนิท่านว่า “เหตุใดเจ้าจึงละศีลอด” ท่านตอบว่า “ข้าพระองค์มีกลิ่นปาก” พระองค์ทรงตรัสว่า “เจ้าไม่รู้หรือว่า แท้จริงกลิ่นปากของผู้ถือศีลอด ณ ที่ข้าแล้ว หอมยิ่งกว่ากลิ่นน้ำหอมเสียอีก” นะบีมูซาจึงถือศีลอดอีกสิบวัน แล้วอัลเลาะฮ์ก็ทรงเพิ่มจากสามสิบคืนที่ให้ท่านอยู่ที่ภูเขาฏูรเป็นสี่สิบคืน เพิ่มมาสิบคืน ก่อนจากกลุ่มชนของท่านมา ท่านได้ฝากฝังนะบีฮารูนพี่ชายของท่านให้เป็นผู้ดูแล ปกครองกลุ่มชนบนีอิสรออีลในช่วงที่ท่านไม่อยู่ وَوَاعَدْنَا مُوسَى ثَلاثِينَ لَيْلَةً وَأَتْمَمْنَاهَا بِعَشْرٍ فَتَمَّ مِيقَاتُ رَبِّهِ أَرْبَعِينَ لَيْلَةً وَقَالَ مُوسَى لأَخِيهِ هَارُونَ اخْلُفْنِي فِي قَوْمِي وَأَصْلِحْ وَلاَ تَتَّبِعْ سَبِيلَ الْمُفْسِدِينَ […]